Article

“เตรียม ตรวจ ห้อง” เมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องตรวจห้องคอนโดก่อนโอน เราจะเตรียมตัวอย่างไร


เมื่อเราเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดที่ได้ตามความต้องการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้วยเรื่องของทำเล รูปแบบห้อง ราคาและหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้เราสามารถครอบครองกรรมสิทธิ์ดังกล่าวได้แล้ว ก่อนจะทำการโอนหรือรับมอบห้อง ก็จะมีสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องทำ สำคัญไม่แพ้การเตรียมเอกสารและเงินสำหรับโอนก็คือ “การตรวจห้องก่อนโอน”


ซึ่งบางครั้ง โครงการต้องการเร่งปิดการขาย ก็จะถาโถมโปรโมชั่นต่างๆ มาเสนอเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ราคาขายที่ลดเหมือนวันที่เริ่มเปิดขาย หรือห้องหลุดดาวน์ บางครั้งจัดเต็มมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบชุดพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ชนิดที่เรียกว่าคนที่ซื้อห้องก่อนแทบจะน้อยใจ หรือที่จะเห็นกันอยู่บ่อยๆ เช่น ฟรีค่าส่วนกลาง XX ปี ฟรีค่าโอนกรรมสิทธิ์ ฯลฯ ซึ่งจะเป็นที่หมายตาสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโด ที่กำลังสนใจโครงการและเป็นทำเลที่อยากได้พอดี และที่สำคัญ โครงการเองก็จะเล่นโปรโมชั่นโดยมีระยะเวลากำหนดให้ไม่เกินกี่วัน ถ้าไม่รีบโอนจะไม่ทันโปรโมชั่นนี้ สำหรับผู้ซื้อเงินสดอาจจะมีเวลาในการตรวจห้องก่อนซื้อ แต่สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการผ่อนก็จะวางเงินจองไว้แล้วรีบทำเรื่องเพื่อกู้เงินและรีบโอนโดยอาจจะลืมที่จะตรวจห้องหรือตรวจเพียงคร่าวๆ ไม่ได้ละเอียด เพราะการทำเรื่องกู้เงินก็จะต้องใช้เวลาในการเตรียมเอกสารและตรวจสอบกันเกือบครึ่งเดือน

ดังนั้นเมื่อทำเรื่องสำหรับการกู้เสร็จก็จะเร่งโอนก่อนที่จะตรวจห้องเสร็จและมาเก็บ Defect ตามหลังกันอีกครั้งซึ่งจะกินเวลาในการตรวจและแก้ไขกันไปอีกหลายเดือน การเตรียมตัวเพื่อตรวจตึกแบบง่ายๆ นั้นเราจะแบ่งการตรวจสอบเป็นหมวดงานตรวจเป็นกลุ่มๆ เริ่มจากสิ่งที่มองเห็นง่ายๆ ก่อน เช่น หมวดพื้น ผนัง งานสี งานกรุผิวกระเบื้อง จัดลำดับในการตรวจเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บบันทึกทั้งผู้ตรวจห้องและผู้บันทึกข้อมูล

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการตรวจรับห้องฉบับบ้านๆแบบเบื้องต้น

  • Post it (ส่วนใหญ่ทุกโครงการมีให้ แต่เอาไปเผื่อเยอะๆก็ได้)
  • ตลับเมตร (อาวุธคู่กายประจำตัวเลย)
  • กล้องถ่ายรูป (หรือกล้องมือถือก็ได้)
  • เหรียญ 5-10 บาท (สำหรับเคาะกระเบื้อง)
  • ลูกแก้ว, ลูกปิงปอง, ถังน้ำ (เอาไว้เช็คสโลปของพื้นไหลไปทาง Drain)
  • ที่ชาร์จโทรศัทพ์, ไดร์ฟเป่าผม (สำหรับ Test ปลั๊กไฟ) หรือตัววัดแรงดันไฟ ถ้ามี


สุดท้ายนี้ สรุปรวบยอดโดยทำเป็น Chart หรือ Check List ที่ทำไปเอง นอกจากที่โครงการมีให้ และถ่ายรูปเทียบกับที่โครงการจดไป เพื่อให้ตรงกับสิ่งที่เราตรวจทั้งหมด (เพราะคราวหน้าที่เรามาตรวจรอบ 2 รอบ 3 จะได้เช็คทีละจุดด้วยว่ามีการแก้ไขตรงไหม) หรือถ้าจ้างคนตรวจ Defect จะยิ่งดีมากเพราะถือเป็นตัวแทนที่เป็นหูเป็นตาให้เราทั้งหมด และจะจัดการตรวจสอบทุกอย่างได้ละเอียดกว่าตรวจเอง เพราะการซื้อห้อง หรือบ้านนั้น ไม่ได้ซื้อได้ง่ายๆ เพราะราคาหลักเป็นล้าน ต้องผ่อนไปอีกหลายปี และเป็นของชิ้นใหญ่ ที่เราจะใช้ชีวิตกับสิ่งๆ นี้ไปอีกช่วงอายุหนึ่งเลย